WINE by TASTECHANTHABURI

SPARKLING WINE / SWEETNESS GUIDE

ระดับน้ำตาลของสปาร์กลิงไวน์: Brut ถึง Doux

โดยทีม WINE by TASTE ·

Brut, Extra Dry และ Demi-Sec ต่างกันอย่างไร? รู้จักช่วงน้ำตาลบนฉลาก แล้วเข้าใจสไตล์ของไวน์แต่ละขวดได้ชัดขึ้นครับ

สปาร์กลิงมีน้ำตาลเท่าไร? / How much sugar is in sparkling wine?

คำอย่าง Brut, Extra Dry หรือ Demi-Sec บนฉลากบอกช่วงปริมาณน้ำตาลในไวน์สำเร็จ วัดเป็น กรัมต่อลิตร (g/L) ตารางนี้ช่วยอ่านระดับความหวานที่ใช้กันทั่วไปในสปาร์กลิง เช่น Champagne และ Prosecco

อินโฟกราฟิกระดับน้ำตาลสปาร์กลิง: Brut Nature น้อยกว่า 3, Extra Brut 0–6, Brut น้อยกว่า 12, Extra Dry 12–17, Dry หรือ Sec 17–32, Demi-Sec 32–50 และ Doux มากกว่า 50 กรัมต่อลิตร
ภาพสรุประดับน้ำตาลทั้ง 7 กลุ่ม · คลิกภาพเพื่อเปิดขนาดเต็ม · ช่วงน้ำตาลบางกลุ่มซ้อนกัน และภาพแก้วเป็นภาพประกอบ ไม่ได้แทนปริมาณน้ำตาล
ระดับน้ำตาลของสปาร์กลิงไวน์ / Sparkling wine sweetness levels
คำบนฉลากน้ำตาล (g/L)ความหมายโดยทั่วไป
Brut Nature / Pas Dosé / Zero Dosageน้อยกว่า 3แห้งมาก และไม่มีการเติมน้ำตาลหลังการหมักครั้งที่สอง
Extra Brut0–6ระดับน้ำตาลต่ำ ให้แนวทางสไตล์แห้งมาก
Brutน้อยกว่า 12โดยทั่วไปเป็นสไตล์แห้ง แต่ไม่จำเป็นต้องไม่มีน้ำตาล
Extra Dry / Extra Sec12–17หวานกว่า Brut แม้ชื่อจะมีคำว่า Dry
Dry / Sec17–32มีน้ำตาลสูงกว่า Extra Dry
Demi-Sec32–50สไตล์หวาน
Douxมากกว่า 50กลุ่มหวานที่สุดในตารางนี้

ช่วงของบางกลุ่มซ้อนกัน โดยเฉพาะ Brut Nature, Extra Brut และ Brut คำบนฉลากจึงบอกหมวด ไม่ได้บอกน้ำตาลที่แน่นอนของทุกขวด หากต้องการตัวเลขจริง ให้ดูข้อมูลผู้ผลิตของรุ่นและปีไวน์นั้น

Extra Dry หวานกว่า Brut

อย่าแปลชื่อว่า “แห้งกว่า” โดยตรง Extra Dry มีน้ำตาล 12–17 g/L ส่วน Brut อยู่ต่ำกว่า 12 g/L และ Zero Dosage ก็ไม่ได้หมายความว่าน้ำตาลในไวน์ต้องเป็นศูนย์เสมอไป

ลองอ่านจากฉลากจริง / A real-label example

ขวดจริง Porta Leone Prosecco D.O.C. Extra Dry พร้อมฟอยล์สีทองและฉลากสีเขียว จากเว็บไซต์ผู้ผลิต
ภาพขวดจริงรุ่นที่ใช้เป็นตัวอย่าง · ที่มา: Porta Leone / เว็บไซต์ผู้ผลิต

ตัวอย่างหนึ่งที่เชื่อมกับตารางนี้ได้คือ Porta Leone Prosecco D.O.C. Extra Dry ผู้ผลิตระบุน้ำตาลคงเหลือ 15 g/L จึงอยู่ในช่วง Extra Dry ที่ 12–17 g/L ทำให้เห็นว่าคำว่า Extra Dry ไม่ได้หมายถึงแห้งกว่า Brut

รุ่นตัวอย่างนี้ใช้องุ่น Glera และสร้างฟองด้วยการหมักครั้งที่สองในถังปิดทนแรงดัน ผู้ผลิตอธิบายกลิ่นผลไม้และดอกไม้ พร้อมแนะนำอุณหภูมิเสิร์ฟ 6–8°C จึงเป็นตัวอย่างสำหรับเชื่อมเรื่องระดับน้ำตาลกับ กระบวนการ Tank Method ที่เราเล่าไว้ในอีกบทความครับ

หากใช้ตัวเลข 15 g/L มาคำนวณ ไวน์ปริมาณ 150 mL จะมีน้ำตาลประมาณ 2.25 กรัม นี่เป็นตัวอย่างตามข้อมูลของรุ่น Extra Dry นี้โดยเฉพาะ เพราะ Porta Leone มีหลายรุ่น ควรอ่านชื่อรุ่นและระดับความหวานบนขวดประกอบเสมอ

อ่านข้อมูลรุ่นตัวอย่างจากผู้ผลิต →

สอบถาม Porta Leone กับทีมร้าน

ข้อมูลรุ่นตัวอย่างจาก Porta Leone · ตรวจข้อมูล 4 ตุลาคม 2569 · สอบถามรุ่นและสินค้าที่มีอยู่กับร้าน

กรัมต่อลิตรคิดต่อแก้วอย่างไร? / How do grams per litre translate to a glass?

ใช้สูตร น้ำตาลต่อแก้ว = น้ำตาล (g/L) × ปริมาณที่ริน (mL) ÷ 1,000 เช่น ไวน์ที่ผู้ผลิตระบุ 10 g/L หากริน 150 mL จะมีน้ำตาลประมาณ 1.5 กรัม ตัวอย่างนี้เป็นการคำนวณปริมาณ ไม่ใช่ปริมาณเสิร์ฟที่ต้องใช้เสมอ

น้ำตาลนี้ต่างจาก Tirage ไหม? / Is this the same as tirage sugar?

ตัวเลขในตารางคือปริมาณน้ำตาลของไวน์สำเร็จ ไม่ใช่น้ำตาลทั้งหมดที่ใส่เพื่อเริ่มการหมักครั้งที่สอง เพราะยีสต์จะใช้น้ำตาลระหว่างการหมัก ส่วน Dosage ช่วยปรับสไตล์หลังนำตะกอนออกใน Traditional Method ความเปรี้ยวและองค์ประกอบอื่นของไวน์ยังมีผลต่อความหวานที่รู้สึกในปาก จึงไม่จำเป็นที่ไวน์สองขวดซึ่งมีน้ำตาลเท่ากันจะรู้สึกหวานเท่ากันครับ

อ้างอิงช่วงน้ำตาล: Comité Champagne — Sugar content and label terms · ตรวจข้อมูล 4 ตุลาคม 2569